เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
ข้อมูลบรรณานุกรม  #1134839    

ความนิยม
ประเภทวัสดุ หนังสือ
ชื่อเรื่องการศึกษาปริมาณน้ำมันในดินตะกอน บริเวณปากทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา / ซารีฟา หะยีสือแม , บุษรา ตาหลี, ฟุรกอน หมีนคลาน
ชื่อเรื่องThe Study of Quantity of Oil in Sediment at the Entrance of Songkhla Lake, Changwat Songkla
Dewey Call #363.7394 ซ27ก
ผู้แต่งซารีฟา หะยีสือแม
ผู้แต่งเพิ่มเติมบุษรา ตาหลี
 ฟุรกอน หมีนคลาน
หัวเรื่องมลพิษทางน้ำ--วิจัย
 ดินตะกอน
พิมพลักษณ์สงขลา : โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 2556
ชื่อเรื่องการศึกษาปริมาณน้ำมันในดินตะกอน บริเวณปากทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา / ซารีฟา หะยีสือแม , บุษรา ตาหลี, ฟุรกอน หมีนคลาน
ชื่อเรื่องThe Study of Quantity of Oil in Sediment at the Entrance of Songkhla Lake, Changwat Songkla
Dewey Call #363.7394 ซ27ก
ผู้แต่งซารีฟา หะยีสือแม
ผู้แต่งเพิ่มเติมบุษรา ตาหลี
 ฟุรกอน หมีนคลาน
พิมพลักษณ์สงขลา : โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 2556
เนื้อหาทะเลสาบสงขลา -- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับน้ำมัน -- พฤติกรรมของน้ำมันที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ -- ผลกระทบของน้ำมันต่อสิ่งแวดล้อม -- เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุการศึกษาปริมาณน้ำมันในดินตะกอนบริเวณปากทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา โดยเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างดินตะกอน จำนวน 11 จุด ใน 2 ฤดูกาล (ฤดูฝน: 27 ตุลาคม 2556 และฤดูร้อน: 20 มิถุนายน 2557) พร้อมศึกษาความรู้ความเข้าใจ และแนวทางการจัดการน้ำมันที่ใช้แล้วของเรือและแพขนานยนต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้แบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่าดินตะกอนมีอนุภาคเป็นทรายแป้ง ปริมาณอินทรียวัตถุในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อนมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 2.56-+0.21และ 2.40-+0.23 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ค่าความเป็นกรดด่างในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อนมีค่าเฉลี่ย 7.76-+0.15 และ 7.54-+0.16 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ส่วนปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนเฉลี่ยพบว่าในช่วงฤดูฝนมีค่ามากกว่าฤดูร้อน โดยคิดเป็นร้อยละ 4.83-+2.97 และ 1.51-+1.71 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น0.05 เมื่อใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ศึกษาการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน(น้ำมัน) พบว่ามีการกระจายตัวอย่างเด่นชัดบริเวณใกล้ท่าเรือที่มีเรือจอดมาก(จุดที่ A9 และ A6) สำหรับความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการจัดการน้ำมันที่ไม่ใช้แล้วของเรือและแพขนานยนต์ พบว่าผู้ประกอบการเรืและแพขนานยนต์ มีความตระหนักเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อสัตว์/พืช และสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำจากคราบน้ำมันในระดับมาก แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องโทษทางกฎหมายจากการรั่วไหลของน้ำมันสำหรับการจัดการน้ำมันที่ใช้แล้วผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้วิธีถ่ายลงภาชนะและวนำไปทิ้งบนฝั่งคิดเป็นร้อยละ 92.50 แต่น้ำมันที่หกบนเรือส่วนใหญ่ราดน้ำลงไปในทะเลโดยตรงคิดเป็นร้อยละ 33.75 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นว่าจำเป็นต้องมีการจัดอบรมให้ความรู้กับความเข้าใจต่อผู้ประกอบการในเรื่องการจัดการน้ำมันที่ถูกต้อง
หัวเรื่องมลพิษทางน้ำ--วิจัย
 ดินตะกอน
ลักษณะทางกายภาพ67 แผ่น : ภาพประกอบ
LDR 02546nam a2200217 a 4500
005 20150316151423.0
008 150122s2556 th a 000 ‡ tha d
082__‡a363.7394‡bซ27ก
1001_‡aซารีฟา หะยีสือแม
24510‡aการศึกษาปริมาณน้ำมันในดินตะกอน บริเวณปากทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา /‡cซารีฟา หะยีสือแม , บุษรา ตาหลี, ฟุรกอน หมีนคลาน
246__‡aThe Study of Quantity of Oil in Sediment at the Entrance of Songkhla Lake, Changwat Songkla
260__‡aสงขลา :‡bโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา,‡c2556
300__‡a67 แผ่น : ‡bภาพประกอบ
502__‡aการศึกษาปริมาณน้ำมันในดินตะกอนบริเวณปากทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา โดยเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างดินตะกอน จำนวน 11 จุด ใน 2 ฤดูกาล (ฤดูฝน: 27 ตุลาคม 2556 และฤดูร้อน: 20 มิถุนายน 2557) พร้อมศึกษาความรู้ความเข้าใจ และแนวทางการจัดการน้ำมันที่ใช้แล้วของเรือและแพขนานยนต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้แบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่าดินตะกอนมีอนุภาคเป็นทรายแป้ง ปริมาณอินทรียวัตถุในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อนมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 2.56-+0.21และ 2.40-+0.23 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ค่าความเป็นกรดด่างในช่วงฤดูฝนและฤดูร้อนมีค่าเฉลี่ย 7.76-+0.15 และ 7.54-+0.16 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ส่วนปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนเฉลี่ยพบว่าในช่วงฤดูฝนมีค่ามากกว่าฤดูร้อน โดยคิดเป็นร้อยละ 4.83-+2.97 และ 1.51-+1.71 ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น0.05 เมื่อใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ศึกษาการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน(น้ำมัน) พบว่ามีการกระจายตัวอย่างเด่นชัดบริเวณใกล้ท่าเรือที่มีเรือจอดมาก(จุดที่ A9 และ A6) สำหรับความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการจัดการน้ำมันที่ไม่ใช้แล้วของเรือและแพขนานยนต์ พบว่าผู้ประกอบการเรืและแพขนานยนต์ มีความตระหนักเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อสัตว์/พืช และสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำจากคราบน้ำมันในระดับมาก แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องโทษทางกฎหมายจากการรั่วไหลของน้ำมันสำหรับการจัดการน้ำมันที่ใช้แล้วผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้วิธีถ่ายลงภาชนะและวนำไปทิ้งบนฝั่งคิดเป็นร้อยละ 92.50 แต่น้ำมันที่หกบนเรือส่วนใหญ่ราดน้ำลงไปในทะเลโดยตรงคิดเป็นร้อยละ 33.75 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นว่าจำเป็นต้องมีการจัดอบรมให้ความรู้กับความเข้าใจต่อผู้ประกอบการในเรื่องการจัดการน้ำมันที่ถูกต้อง
505__‡aทะเลสาบสงขลา -- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับน้ำมัน -- พฤติกรรมของน้ำมันที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ -- ผลกระทบของน้ำมันต่อสิ่งแวดล้อม -- เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
650__‡aมลพิษทางน้ำ‡xวิจัย
690__‡aดินตะกอน
700__‡aบุษรา ตาหลี
700__‡aฟุรกอน หมีนคลาน
850__‡aSKRU
เลือกห้องสมุด :
 บาร์โค้ดเลขหมู่/เล่มที่Collectionห้องสมุดสาขาสถานที่จัดเก็บสถานะ
181066363.7394 ซ27กวิจัยสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อาคารวิทยบริการ ชั้น 2   อยู่บนชั้น
 
เพิ่มความเห็น
ชื่อของคุณ
ความเห็น
เพิ่มบทวิเคราะห์
ชื่อของคุณ
เนื้อหา
เพิ่มรายการ
ชื่อเรื่อง
สร้างใน
เก็บในโฟลเดอร์เดียวกันทุกรายการ
สร้างโฟลเดอร์
ชื่อโฟลเดอร์
ผลลัพธ์การเพิ่มรายการ
สงวนลิขสิทธิ์ © 2555, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สงวนสิทธิ์ทั้งหมด