เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
ข้อมูลบรรณานุกรม  #1148532    

ความนิยม
ประเภทวัสดุ หนังสือ
ชื่อเรื่องการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นไทยในกรุงเทพมหานคร = Social media litaracy of Thai Adolescences in Bangkok metropolitan / พัชราภา เอื้ออมรวนิช
Dewey Call #302.231 พ112ก
ผู้แต่งพัชราภา เอื้ออมรวนิช
ผู้แต่งเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
หัวเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ
 การรู้เท่าทันสื่ออินเทอร์เน็ต
 สื่อสังคมออนไลน์
 อินเทอร์เน็ตกับเยาวชน
พิมพลักษณ์กรุงเทพฯ : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 2564
ชื่อเรื่องการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นไทยในกรุงเทพมหานคร = Social media litaracy of Thai Adolescences in Bangkok metropolitan / พัชราภา เอื้ออมรวนิช
Dewey Call #302.231 พ112ก
ผู้แต่งพัชราภา เอื้ออมรวนิช
ผู้แต่งเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
พิมพลักษณ์กรุงเทพฯ : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 2564
หัวเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ
 การรู้เท่าทันสื่ออินเทอร์เน็ต
 สื่อสังคมออนไลน์
 อินเทอร์เน็ตกับเยาวชน
ลักษณะทางกายภาพ124 แผ่น : ภาพประกอบ
LDR 04607nam a2200217 4500
005 20220419161415.0
008 220419s2564 th a ||| | tha d
040__‡aSongkhla Rajabhat University
08204‡a302.231‡bพ112ก
1000_‡aพัชราภา เอื้ออมรวนิช
24510‡aการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นไทยในกรุงเทพมหานคร =‡bSocial media litaracy of Thai Adolescences in Bangkok metropolitan /‡cพัชราภา เอื้ออมรวนิช
260__‡aกรุงเทพฯ :‡bคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี,‡c2564
300__‡a124 แผ่น : ‡bภาพประกอบ
520__‡aการวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ และศึกษาทักษะการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อจัดทำอินโฟกราฟิกสำหรับใช้เป็นแนวทางการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นไทยในกรุงเทพมหานคร โดยผู้วิจัยใช้แนวคิดการรู้เท่าทันสื่อ แนวคิดเกี่ยวกับสื่อสังคมออนไลน์ ทฤษฎีการเปิดรับข่าวสาร และแนวคิดเรื่องข่าวปลอม ผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยและพัฒนา โดยเป็นการวิจัยแบบคู่ขนานทำการเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพไปพร้อมกัน ทำการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการแจกแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง และทำการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลหลักวัยรุ่น และนำผลการวิจัยที่ได้ไปสัมภาษณ์นักวิชาการด้านสื่อ เพื่อนำมาจัดทำอินโฟกราฟิก ผลการวิจัย พบว่า วัยรุ่นมีบัญชีสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าหนึ่งบัญชี โดยบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้งานมากที่สุด คือ Facbook, Instagram และ Youtube โดยวัยรุ่นมีการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงต่อวัน จนถึงมากกว่า 0 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เลือกใช้ในช่วงเวลาว่างหลังเลิกเรียน เพื่อความบันเทิง/ผ่อนคลายความเครียด ติดตามข่าวสารต่างๆ และทำการสื่อสารกับเพื่อนในสื่สังคมออนไลน์ มีการเปิดรับข้อมูลจากเพจต่างๆ เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถหาข้อมูลและยังเปิดรับข่าวสารได้ง่ายที่สุด ในประเด็นทักษะการรู้เท่าทันสื่อ พบว่า วัยรุ่นมีเทคนิคการค้นหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ สามารถแยกแยะโฆษณาแฝงที่อยู่ในเนื้อหาได้ และมีการหาข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์หลายแหล่ง โดยไม่เชื่อข้อมูลจากแหล่งเดียว เพราะข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ยังขาดความน่าเชื่อถือ การรู้ว่าเจ้าของเพจ หรือรู้ตัวตนตนนำเสนอเนื้อหา ช่วยให้เชื่อถือข้อมูลได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ว่าคนนำเสนอเนื้อหานั้นๆ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องนำเสนอหรือไม่ แต่ทั้งนี้การสร้างสรรค์เนื้อหาสารขึ้นเองยังมีไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการโพส หรือแชร์ต่อมาจากเพื่อน หรือเพจต่างๆ มากกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์มีผลต่อความคิดและพฤติกรรม เกิดการคล้อยตามได้ง่าย แต่จะไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชม หรือการตำหนิ และหากต้องการแสดงความคิดเห็นใดๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ไม่ส่าจะเป็นการชื่นชม หรือการตำหนิ และหากต้องการแสดงความคิดเห็นจะมีการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนเสมอ นอกจากนี้หากพบว่า ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นข้อมูลเท็จ มักช่วยแก้ไขให้ถูกต้องโดยการแก้ไขเป็นเพียงการบอกกล่าวไปยังคนรู้จักเท่านั้น ในส่วนของแนวทางการสร้างการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์นั้น ผลการวิจัยพบว่า การเปิดรับข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ควรมีการตั้งคำถามกับข้อมูลที่ได้รับ และทำการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากหลายแหล่งก่อน และต้องเลือกตรวจสอบจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ก่อนเชื่อถือข้อมูลข่าวสารนั้นๆ ในประเด็นการแสดงออกทางสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การแชร์ หรือสร้างสรรค์เนื้อหา แนวทางที่ดีคือ ควรมีการเปรียบเทียบ หรือมีการยกตัวอย่างกรณีศึกษามาประกอบให้เห็นถึงประโยชน์ และผลกระทบของการแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้วัยรุ่นเกิดการคิด วิเคราะห์ แยแยะ ก่อนแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งควรมีการปลูกฝังให้กลุ่มวัยรุ่นกล้าพูด กล้าแสดงออก เมื่อพบเจอข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของข้อมูลเท็จในสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังควรมีการให้ความรู้ในข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ ได้อย่างรู้เท่าทัน ประเด็นสำคัญเรื่องแนวทางในการสร้างการรู้เท่าทันสื่อให้แก่วัยรุ่นนั้น ควรมีการสร้างการตระหนักรู้ในประเด็นเรื่องการรู้เท่าทันสื่อให้วันรุ่น โดยควรเริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัวที่ควรมีการปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก สอนให้มีวิจารณญาณในการเปิดรับ และแสดงออกในสื่อสังคมออนไลน์อย่างหมาะสม นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการวางนโยบายทางการศึกษาโดยสอดแทรกเรื่องการรู้เท่าทันสื่อไว้ในบทเรียนของนักเรียนในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในเรื่องการรู้เท่าทันสื่อตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งนี้เนื่องจากการเรียนการสอนในประเด็นการรู้เท่าทันสื่อเมื่อวัยรุ่นเข้าสู่การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนั้นถือว่าล่าช้าเกินไปเนื่องจากในช่วงมหาวิทยาลัยเป็นช่วงวัยที่มีความเชื่อมั่นใจในตนเอง และมีความคิดเห็นเป็นของตัวเองมากขึ้น การสร้างการรู้เท่าทันสื่อในช่วงวัยดังกล่าวจุงไม่สามารถได้อย่างประสิทธิภาพ
650_7‡aการรู้เท่าทันสื่อ
650_7‡aการรู้เท่าทันสื่ออินเทอร์เน็ต
650_7‡aสื่อสังคมออนไลน์
650_7‡aอินเทอร์เน็ตกับเยาวชน
7102_‡aมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
850__‡aSKRU
เลือกห้องสมุด :
 บาร์โค้ดเลขหมู่/เล่มที่Collectionห้องสมุดสาขาสถานที่จัดเก็บสถานะ
200503302.231 พ112กวิจัยสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อ.บรรณราชนครินทร์ ชั้น 1   กำหนดคืน:25 ส.ค. 2569
 
เพิ่มความเห็น
ชื่อของคุณ
ความเห็น
เพิ่มบทวิเคราะห์
ชื่อของคุณ
เนื้อหา
เพิ่มรายการ
ชื่อเรื่อง
สร้างใน
เก็บในโฟลเดอร์เดียวกันทุกรายการ
สร้างโฟลเดอร์
ชื่อโฟลเดอร์
ผลลัพธ์การเพิ่มรายการ
สงวนลิขสิทธิ์ © 2555, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สงวนสิทธิ์ทั้งหมด